Difference between revisions of "-n"

From Greening of Aiken
Jump to: navigation, search
m (-n)
m (-n)
Line 1: Line 1:
อุปกรณ์มือดูแลรถเครื่องมือที่ต้องมีติดไว้ที่บ้านสำหรับผู้ใช้รถยนต์รถยนต์ที่ใช้อยู่ในตอนนี้มีเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงปรับปรุง เพื่อให้มีคุณภาพ ความสามารถ มีความคงทนถาวรที่ดียิ่งขึ้น รวมทั้งความซับซ้อนของระบบต่างๆที่พ่วงตามมามากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เจ้าของรถยนต์หรือผู้ใช้รถยนต์ปัจจุบันนี้ เข้าไปข้องแวะกับระบบต่างๆของรถยนต์ด้วยตัวเองได้ยากยิ่งขึ้น เมื่อเทียบกับรถยนต์ที่ไม่มีเทคโนโลยีชั้นสูงมากๆแม้กระนั้นการดูแลทำนุบำรุงพื้นฐานต่างๆที่ผู้ใช้รถเพียงพอจะทำได้ด้วยตัวเอง ก็ควรจะดูแลด้วยตัวเองบ้างถ้าทำได้ หรืออาจวานให้คนอื่นๆช่วยดูแลให้ ซึ่งครั้งคราวจะต้องมีเครื่องไม้เครื่องมือทะนุบำรุง หรือวัสดุ บางอย่างที่ควรมีติดไว้ประจำบ้านเมื่อถึงยามต้องใช้เครื่องมือรักษาต่างๆที่ควรจะมีติดไว้ที่บ้านมีดังนี้<br /><br /><br />1. ผ้าขัดรถ ที่ดูเหมือนจะเป็นพื้นฐานจริงๆแต่ว่าบางบ้านถึงกับไม่มีผ้าขัดถูรถ เมื่อถึงยามควรต้องใช้ ก็หาใช้ไม่ได้ อาจนำเอาเสื้อยืดเก่าๆหรือผ้าที่มีผิวหยาบคายมาขัดรถโดยไม่ทันนึกถึงสิ่งที่ตามมา ซึ่งบางคราวอาจก่อให้สีของรถเป็นรอย หรือเป็นขนแมวได้ง่าย โดยเหตุนั้นผ้าเช็ดรถยนต์จะต้องมีประจำบ้านไว้สำหรับขัดล้าง ขั้นต่ำ 2-3 ผืน โดยใช้ผ้าที่มีลักษณะนุ่มผ้าสำลี เป็นผ้าปกติที่มีสีขาวหาซื้อได้ตามร้านขายผ้า ลักษณะผ้าจะเป็นผ้านุ่ม เหมาะที่จะนำมาขัดรถ แต่ว่ามีข้อเสียอยู่อย่างคือ จะมีขนของผ้ามากในตอนที่ผ้ายังใหม่อยู่ ข้างหลังถูน้ำยาขัดสี ใช้ผ้าสำลีลูบจะมีผลให้สีเงาสวยและไม่เอาเปรียบผ้าขนหนูนุ่ม หรือผ้าทุ่งนาโน ลักษณะขนนิ่มปุกปุยเหมาะกับการเช็ดแห้งมากกว่าเช็ดน้ำแฉะ เหมาะสมกับการเช็ดกระจก หรือหลังจากได้ลงแว๊คขัดฉาบสีรถยนต์ เช็ดถูสิ่งของภายในรถยนต์ เป็นต้นผ้าขัดถูรถยนต์แบบหนัง ซึ่งเราเรียกจนถึงติดหูว่าผ้าชามัว ซึ่งเป็นผ้าถูรถยนต์ที่ดี เหมาะสำหรับล้างและก็เช็ดรถยนต์จนแห้ง เป็นผ้าที่ ขัดได้สะอาด ซับน้ำได้ดี แม้กระนั้นแพงค่อนข้างจะสูง มีหลายแบบให้เลือก อีกทั้งแบบที่เป็นหนังชามัวแท้ๆหนังแกะ หรือแบบที่เป็นชามัวสังเคราะห์และมีสิ่งที่จำเป็นต้องระมัดระวังสำหรับเพื่อการใช้คือไม่สมควรผึ่งแดด เนื่องจากว่าจะทำให้กรอบ รวมทั้งหมดสภาพเร็ว<br />*ผ้าที่ไม่สมควรใช้ คือพวกผ้าขนหนูเก่า ที่เวลาแห้งหรือผึ่งแดดแล้ว มีลักษณะแข็ง เมื่อเช็ดไปที่ผิวสีรถจะมีลักษณะเป็นเส้นและก็กำเนิดรอยทันที<br />2. ฟองน้ำ เอาไว้ถูล้างทำความสะอาดทั่วไป แม้กระนั้นไม่เหมาะที่จะนำเอามาถูกับสีรถเมื่อพบว่ามีฝุ่นทรายที่สีของรถมากมายๆ เนื่องมาจากครั้งคราวทรายจะเข้าไปอยู่ในฟองน้ำ ถ้าเกิดล้างไม่หมด แม้กระนั้นถ้าหากรถสะอาดก็นำมาล้างรถได้ด้วยเหมือนกันพร้อมกับน้ำยาล้างรถ<br />3. แปรงขุยมะพร้าว เอาไว้ขัดยางรถยนต์ที่เลอะเทอะดินโคลนหรือสิ่งสกปรกมากๆ<br />4. แปรงทาสี แล้วก็แปรงสีฟัน เอาไว้ทำความสะอาดฝุ่น รวมทั้งสิ่งสกปรก ตามซอกหรือช่องต่างๆที่พวกเราชำระล้างได้ไม่หมด เช่นนิดหน่อยในห้องเครื่องยนต์ ใช้แปรงปัดง่ายกว่ามากมาย<br />5. น้ำกลั่น จะต้องมีติดบ้านไว้อย่างน้อยหนึ่งขวด เผื่อตรวจพบว่าระดับน้ำในหม้อแบตเตอรี่ ต่ำกว่าระดับที่ควรเป็น<br />6. น้ำมันเครื่อง โดยธรรมดาผู้ใช้รถจะให้ศูนย์บริการ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องให้เมื่อถึงระยะที่กำหนด หรือบางท่านนำรถยนต์ไปเปลี่ยนแปลงตามสถานที่บริการปลูกถ่ายน้ำมันเครื่องทั่วๆไป ซึ่งบางครั้งจะมีน้ำมันเครื่องที่เหลือจากการเปลี่ยนถ่าย ให้นำกลับมาด้วย เผื่อเวลาตรวจพบว่าระดับน้ำมันเครื่องน้อยลงไป จะได้เพิ่มเติมให้อยู่ในระดับที่อยาก เพราะเดี๋ยวนี้ระยะการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง มากขึ้น ถึง 10,000-15,000 กม.แล้ว โดยเหตุนี้ช่วงเวลาดังที่กล่าวมาข้างต้นอาจจะเป็นผลให้ระดับน้ำมันเครื่องน้อยลงได้ แต่ว่าควรจะเก็บไว้ไม่ให้โดนแดด น้ำ หรือความชื้นมากมายๆเมื่อเปิดแล้วควรจะเก็บเอาไว้ไม่เกิน 1 ปี สำหรับเพิ่มรถยนต์ แต่สามารถน้ำไปหล่อลื่นอย่างอื่นได้<br /><br />7. น้ำมันพาวเวอร์ หรือที่ข้างกระป๋องเขียนว่า ATF สามารถใช้ร่วมกับน้ำมันเกียร์อัตโนมัติ โดยทั่วไปได้ แต่ไม่ทุกรุ่น ซึ่งจะมีเกรด แบ่งไว้ ส่วนน้ำมันเบรก ก็เหมือนกันต้องมีสำรองไว้บ้างก็ดี แต่ไม่ถึงต้องว่าควรจะมี<br />8. น้ำยาหล่อลื่นสารพัดประโยชน์ ควรมีติดบ้านไว้ ซึ่งมีคุณสมบัติไว้ใช้หล่อลื่นป้องกันสนิม ช่วยคลายน๊อต สกรูต่างๆไม่เพียงแค่จะใช้กับรถยนต์เพียงแค่นั้น ยังสามารถนำไปหล่อลื่นวัสดุอุปกรณ์ต่างๆได้อีกเพียบเลย ยกตัวอย่างเช่น กรรไกรตัดหญ้า กุญแจ บานประตูที่แผดเสียงดังเป็นต้น<br />9. ไฟฉาย หรือไฟส่องสว่างที่ต่อกับที่จุดบุหรี่หรือที่แบตเตอรี่โดยตรง ซึ่งบางเวลาเราอาจมีความจำเป็นจะต้องใช้ในช่วงกลางคืน ทำให้ช่วยหาของ หรือซ่อมปรับปรุงได้เด่นชัดขึ้น<br />10. แชมพูล้างรถ เอาไว้ล้างชำระล้างสีรถยนต์เมื่อมีคราบสกปรกที่รถ ถ้าล้างเป็นประจำจะทำให้สีรถยนต์เงาสวยอยู่ตลอด รวมทั้งจะต้องเป็นน้ำยาล้างรถที่มีส่วนผสมของเกลือน้อยๆ<br />11. ยาขัดสีรถยนต์ เผื่อเอาไว้ยามต้องการขัดคราบสกปรก รวมทั้งน้ำยาเคลือบสีรถยนต์ให้กำเนิดความเงางาม<br />12. น้ำยาทำความสะอาดหนังหรือเบาะ บางคราวเมื่อเราอยากทำความสะอาดเบาะ โดยเฉพาะ เบาะที่ทำด้วยหนัง รวมทั้งมีสีอ่อน น้ำยาเหล่านี้ สามารถกำจัดคราบไคล ที่แทรกอยู่ให้ออกได้ น้ำยาสำหรับทำความสะอาดพวกเบาะ ควรแยกแบบที่ใช้สำหรับหนังแท้ หนังสังเคราะห์ หรือพวกทำความสะอาดเบาะกำมะหยี่เครื่องใช้ไม้สอยอุปกรณ์ต่างๆ<br />1. กล่องที่เอาไว้เก็บเครื่องมือ ที่เอาไว้สำหรับเก็บ [http://toolofnadrive.com เครื่องมือ] ต่างๆที่พวกเรามีอยู่ให้เป็นที่ ทำให้ง่ายต่อการจับหา เพราะบางคนก็จะนำไปเก็บไว้ไม่เป็นที่ อาทิเช่น ในลิ้นชัก วางไว้ตามโต๊ะบ้าง ทำให้เวลาหาใช้หาไม่เจอ หรืออาจหายได้ง่าย<br />2. ไขควง เป็นอุปกรณ์ที่มีความจำเป็นรวมทั้งจะต้องมีติดบ้านไว้ ทั้งๆที่เป็นประเภทแบบ แบน หรืออย่างที่เป็นแฉก ทั้งขนาดเล็กแล้วก็ขนาดกลาง<br />3. คีม หากเป็นได้ต้องมีคีมให้ครบ ได้แก่ คีมปากแหลม คีมปากจิ้งจก คีมตัดสายไฟฯลฯ<br />4. ประแจรวม ที่ช่างจำนวนมากถูกใจเรียกว่าแหวนข้าง โดยด้านหนึ่งมีลักษณะป็นแหวน ส่วนอีกด้านเป็นปาก (ปากตาย) ถ้าสามารถหาซื้อชุดเล็กได้สัดชุดก็จะเป็นการดี หรือจะหาซื้อเอาเป็นชิ้นที่จำเป็นจะต้องก็ได้<br />5. เทปพันสายไฟ ใช้สำหรับพัน หรือรัดอันอื่นได้ด้วย ไม่ใช่เฉพาะสายไฟแค่นั้น แต่ว่าโดยธรรมดาจะเอาไว้พันสายไฟที่มีรอยเชื่อมต่อของสายไฟที่มีการปรับปรุงแก้ไขซ่อนแซมหรือมีรอยแตก เพื่อกันไม่ให้สายไฟแตะต้องกันซึ่งอาจเกอดการช๊อตได้<br />6. คัตเตอร์ เอาไว้เฉือนตัด สมรสที่ซ่อมแซม หรือเอาไว้ปอกสายไว้เมื่อยามต้อง<br />7. ชุดบ๊อก คงจะมีสำหรับคนที่ชอบปรับปรุงแก้ไขซ่อนแซมรถด้วยตัวเองอยู่เป็นประจำ มีทั้งยังชุดเล็กแล้วก็ชุดใหญ่<br />8. ปลั๊กไฟฟ้าต่อสายไฟ เป็นแบบม้วนเก็บได้สบาย ขนาดตามความเหมาะสม เนื่องจากว่าบางเวลา บางทีอาจจำเป็นต้องใช้ต่อเครื่องใช้ไฟฟ้า อาทิเช่น เครื่องดูดฝุ่น เป็นต้น<br />วิธีสำหรับการเลือกซื้อ สำหรับอุปกรณ์ทั่วไปผ้าเช็ดรถยนต์ ที่ถูกควรจะเลือกซื้อผ้านุ่ม และก็ซับน้ำได้เร็ว สำหรับผ้าชามัวอาจมีราคาแพงสูงถึง 1,000 บาท ซึ่งถ้าหากมีกำลังซื้อของจริงจริงๆและก็รู้จักวิธีการใช้และก็ดูแลให้เป็น ก็น่าซื้อไว้ใช้ ส่วนที่เป็นของเทียมสังเคราะห์ นับว่าพอได้ ราคาประมาณ 100-200 บาท อายุการใช้งาน ได้ไม่นาน 6 เดือนถึง 1 ปี ก็จะยุ่ยหมดสภาพไปเองฟองน้ำ ถ้าเป็นฟองน้ำอย่างยอดเยี่ยมใช้สำหรับรถยนต์ หาซื้อได้ตามห้าง ส่วนขายสินค้าอุปกรณ์ประดับยนต์ หรือถ้าหากเป็นฟองน้ำธรรมดาก็จะขาดง่ายยิ่งกว่าและไม่ค่อยทน แต่ว่าก็เหมาะสมกับราคา สามารถเอามาชำระล้างทั่วไป หรือ ใช้ขัดสีรถยนต์ได้แปรงขุยมะพร้าว แปรงลงสี จัดว่าไม่มีอะไรเป็นพิเศษจากปกติ หาซื้อได้ตามร้านขายวัสดุที่ใช้สำหรับการก่อสร้าง แปรงลงสี ควรจะมีสัก 2 ขนาด คือขนาด 1 นิ้ว และก็ 2 นิ้วน้ำกลั่น ใช้น้ำกลั่นที่หาซื้อได้ทั่วๆไป ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องซื้ออย่างดี หรือพิเศษอะไร ซึ่งบางโอกาสอาจจะเป็นผลให้คนเพิ่มเข้าใจผิด ไหมกล้าเพิ่มก็เป็นไปได้น้ำมันเครื่อง ควรเลือกซื้อที่เป็นประเภทและเป็นเกรดเดียวกับที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ดังเช่นว่า เป็นน้ำมันสังเคราะห์ มาตรฐาน API SL ความหนืด 10W 40 ฯลฯ ควรที่จะทำการเลือกซื้อให้กับที่ใช้งานกันน้ำมันพาวเวอร์ แล้วก็น้ำมันเบรก ก็เช่นเดียวกัน ควรจะเลือกซื้อที่เป็นเกรดเดียวกัน ถ้าเกิดไม่รู้ให้ซักถามช่างบริการที่ทำรถยนต์ให้เราอยู่ประจำ หรือถามศูนย์บริการ ได้แก่ เป็น ATF DEXRON เกรด 2 หรือเกรด 3 น้ำมันเบรกDOT ที่เยอะแค่ไหน แบรนด์อะไรน้ำยาหล่อลื่นสารพัดประโยชน์ ซึ่งเดี๋ยวนี้มีหลายยี่ห้อ แม้กระนั้นที่เห็นอยู่บ่อยๆจะมี ยี่ห้อ SONAX ที่ใช้กันกระทั่งชินปาก และ WD 40 ซึ่งตรงนี้มีคุณภาพไม่มีความแตกต่างกัน เวลาซื้อให้มองเรื่องราคา จำนวน หรือการมีส่วนลดไฟฉาย หรือไฟส่องสว่างที่ต่อกับที่จุดบุหรี่ หาซื้อได้ตามร้านค้าประดับยนต์ในห้าง ที่มีให้เลือกหลายราคา และหลายประสิทธิภาพ แม้กระนั้นต้องการชี้แนะให้จับจ่ายซื้อของที่มองมีคุณภาพหน่อย ซึ่งราคาอาจสูงตามไปด้วย เพราะว่าหากเป็นของราคาถูก มากมายๆพอเพียงยามที่ปรารถนาใช้โดยมากชอบมีปัญหาแชมพูล้างรถ ควรเลือกที่ทำมาใช้สำหรับล้างรถโดยยิ่งไปกว่านั้น มีส่วนผสมของเกลือต่ำที่สุด และไม่ถูกมากเกินไปยาขัดสี ถ้าเกิดยังคลุมเคลือควรถามไถ่คนขาย เนื่องจากยา ขัดและก็ยาเคลือบสีรถมันมีอยู่หลายเกรด ทั้งยังขัดหยาบคาย ขัดละเอียด ขัดมัน รวมทั้งฉาบเงา มีตั้งแม้กระนั้น ไม่ถึงร้อยจนกระทั่ง 2-3 พันบาทแนวทางในการเลือกซื้อเครื่องไม้เครื่องมือกล่องสำหรับใช้ในการเก็บเครื่องไม้เครื่องมือมีหลายขนาด ถ้าเกิดมีเครื่องมือมากควรเลือกกล่องที่มีขนาดใหญ่ ที่มี 2-3 ชั้น และมีหลายช่องเก็บ แม้กระนั้นถ้าหากมีเพียงแต่ไม่กี่ชิ้น ควรจะหาซื้อแบบชั้นเดี่ยวขนาด 15*6*6 นิ้ว ซึ่งซื้อได้ตามร้านขายของอุปกรณ์ประดับยนต์ในห้าง หรือที่ตลาดคลองกลบ ราคา 150-800 บาทไขควง ถ้าหากมีการใช้ตอกควรจะเลือกซื้ออย่างดีหน่อย แต่ว่าโดยทั่วไปขนาด 4 นิ้วราคาโดยประมาณ 100-180 บาท สุดแต่แบรนด์ ถ้าเกิดใช้งานเบาๆราคา 30-40 มีมาก อย่าลืมหาขนาดเล็กรวมทั้งจิ๋วมาใช้ด้วยจะได้มีครบการใช้แรงงานคีม หาซื้อได้ทั่วๆไปสุดแท้แต่ราคา แต่เสนอแนะให้ซื้อจำพวกที่มีซองพลาสติก แพ็คมาอย่างดี ซึ่งเป็นของที่มีคุณภาพกว่าที่วางขายเป็นกองๆพวกประแจขันต่างๆเป็นวัสดุที่มีราคาแพง ถ้าซื้อเป็นชุดจำพวกที่มีซองให้แทงแล้วก็ม้วนได้ ราคาอยู่ในหลักพันบาท ถ้าเกิดหาเลือกซื้อเป็นตัวๆจะตกตัวละ ร้อยกว่าบาทและจะแพงขึ้นตามขนาด ถ้าเกิดมีกำลังซื้อให้จ่ายตลาดที่มีคุณภาพหน่อย แต่ไม่ต้องถึงระดับวัสดุชั้นเยี่ยม อย่าง Snap-on พวกกล่องชุดบ๊อก เลือกเอาตามความอยากที่ใช้ มีอีกทั้งชุดใหญ่ครบ หรือชุดกลาง ราคาพันกว่าบาทขึ้นไป ซึ่งจะต้องมีติดไว้กล่องเก็บของอเนกประสงค์ อย่างเช่นพวกกล่องที่ใช้ใส่เครื่องใช้ไม้สอยตกปลา มีจุดเด่นก็คือมีช่องเล็กๆหลายช่อง เหมาะสำหรับผู้ใช้รถยนต์ที่มักจะทำนั่นทำนี่เวลาว่าง เก็บพวกน๊อต, สกรู, แหวนต่างๆหลายขนาด เก็บเป็นระเบียบแล้วก็ไม่ยุ่งยากต่อการจับใช้งานเครื่องใช้ไม้สอยอื่นๆให้เลือกเอาตามความเหมาะสม เลือกของที่มีคุณภาพหน่อย เนื่องจากว่าจะมีอายุการใช้แรงงานที่เป็นเวลานานกว่า การซื้อครั้งเดียวจะมีผลให้ดูอย่างกับว่าพวกเราจำเป็นต้องจ่ายเงินมากมาย ให้เบาๆทะยอยซื้อสะสมไปเรื่อยจนครบจากที่พวกเราอยากได้<br /><br />
+
กีฬาโอลิมปิกสาระน่าสนใจเกิดกีฬาโอลิมปิกกรีซเป็นดินแดนที่ให้กำเนิดการประลองกีฬาและก็กรีฑา เมื่อราวๆ 1,000 ปีกลายจะมีการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกทีแรกเมื่อ 233 ปีก่อนพุทธกาลที่วิหาร Olympia เพราะชาวกรีกมีขนบธรรมเนียมรวมทั้งความเชื่อถือว่า กีฬาเป็นกิจกรรมสำคัญที่ทำให้ชีวิตบริบูรณ์ โดยเหตุนั้น การศาสนา หรือการเล่าเรียน แล้วก็วรรณกรรมของภาษากรีกโบราณจึงมีการยกย่องสรรเสริญแล้วก็ชื่นชอบผู้ชนะการแข่งขันกีฬามากกว่านักปรัชญาหรือนักการเมืองในยุคนั้นเสียอีกในการศึกษาวิจัยประวัติความเป็นมาของกีฬาโอลิมปิก นักประวัติศาสตร์ได้อาศัยหลักฐานที่ปรากฏในวรรณคดี ภาพวาด รูปปั้น และก็ประดิษฐกรรมต่างๆที่คนในยุคนั้นเขียนและก็สร้าง จนกว่าทราบพัฒนาการกีฬาของกรีกตั้งแต่สมัยบทกลอน Homer ตราบจนกระทั่งถึงยุคอาณาจักรโรมันว่า การแข่งกีฬาเริ่มจากการมีพิธีกรรมทางศาสนา ดังเช่น เวลาหนุ่มน้อยอยากได้จุดเทียนบูชาทวยเทพในวิหารที่อยู่ไกล เขาจะพากันวิ่งแข่งไปจุดเทียนเป็นคนแรก รวมทั้งเมื่อคนที่ชนะมักเป็นผู้ที่แข็งแรง ผู้คนก็เลยมีความรู้สึกว่า นี่คือเครื่องหมายที่บอกให้เห็นพลังที่ทวยเทพ แม้แต่งานศพในสมัยโบราณก็มีการแข่งกีฬา เนื่องจากผู้คนเชื่อว่า พลังของผู้เข้าแข่งขันสามารถให้ชีวิตแก่คนที่ตายไปแล้วได้ ประเพณีกีฬาในงานฌาปนกิจศพนี้ได้มีติดต่อกันจนถึงยุคโรมัน ก็เลยหยุดไป ซึ่งประเด็นนี้ได้มีปรากฏในวรรณกรรม Aeneid ของ Virgilในเวลาถัดมานักปรัชญา และทหารกรีกได้ปรับปรุงกีฬาให้เป็นทั้งยังกิจกรรมเสริมสุขภาพแล้วก็ตระเตรียมทหารสำหรับในการสู้รบด้วย แต่ว่าเหนือสิ่งอื่นใดคนภาษากรีกเชื่อว่า กีฬาเป็นกิจกรรมเดียวเพียงแค่นั้นที่จะทำให้คนมีร่างกายและจิตใจที่บริบูรณ์ ด้วยเหตุดังกล่าว ผู้เรียนกรีกในโบราณกาลทุกคนจึงต้องฝึกหัดยิมนาสติก แล้วก็กรีฑา ซึ่งเป็นวิชาบังคับในการค้นคว้า ทั้งยังต้องกำหนดจุดมุ่งหมายว่า เวลาแข่งขันกีฬา สิ่งที่สำคัญที่สุดหมายถึงชัยชนะวรรณกรรม เรื่อง Iliad ของ Homer ได้เอ่ยถึง Archilles ว่าก่อนจะยกกองทัพบุกกรุง Troy Archilles ได้จัดมหกรรมกีฬาเพื่อเคารพต่อ Patroclus ที่ถูกฆ่า โดยให้ทหารในกองทัพ Mycenae เป็นทั้งคนเล่นและผู้ชม และก็กีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในครั้งนั้นเป็นกีฬาแข่งรถศึก ซึ่ง Archilles ได้กำหนดรางวัลสำหรับผู้ชนะเป็นสตรีผู้เลอโฉมและก็มีฝีมือสูงในงานศิลปะ ส่วนคนที่ได้ตำแหน่งลำดับที่สอง จะได้รางวัลเป็นม้าตัวเมียที่ตั้งท้อง สำหรับคนที่ถึงที่กะไว้ 3, 4, 5 รางวัลก็ลดราคาลงตามลำดับ<br />Homer ได้เริ่มนำเสนอการแข่งกีฬาครั้งนั้นโดยให้ Nestor กล่าวให้โอวาทแก่บุตร Antilochus ผู้จะเข้าแข่งรถศึกว่า ปัญญาเป็นปัจจัยหลักสำหรับในการดำรงชีพของคนในทุกขั้นตอน ชัยชนะจะเป็นของคนที่มีแผนชีวิตดีกับใช้เชาวน์ได้อย่างยอดเยี่ยม และก็ Nestor ก็ได้เน้นให้ลูกชายทราบแนวทางการบังคับม้าให้รอบคอบ โดยให้จับตามองอีกทั้งม้าของตนเอง และของคู่ปรปักษ์ ทั้งยังสอนแนวทางการเลี้ยวโค้งและก็พินิจพิจารณาเคล็ดวิธีบังคับม้าของคู่ต่อสู้ ฯลฯ ถึงจะพูดพร่ำบรรยายเคล็ดวิธีวิชาการอย่างละเอียดสักเพียงใด Nestor ก็มิได้เอ่ยสอนศีลธรรมสำหรับในการแข่งขันว่า Antilochus จะต้องแข่งขันโดยความเป็นธรรม และไม่ฉ้อฉลผู้ใดกันแน่ ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะสิ่งที่คนภาษากรีกทุกคนในสมัยนั้นอยากได้เป็นชัยแค่นั้น และความเป็นนักกีฬาไม่มีในระบบความคิดของใครกันแน่เลยการแข่งรถศึกคราวนั้นมีผู้เข้าร่วมแข่งขัน 5 คน แล้วก็ทุกคนมีเลขที่ได้จากการจับฉลาก เมื่อได้รับสัญญาณให้ออกรถยนต์ศึก รถยนต์ทุกคันจะวิ่งไปเป็นระยะทางหนึ่งแล้ววกกลับมาที่จุดเริ่มใหม่ ก่อนเริ่มการประลองสนามวิ่งมีบรรยากาศที่เครียดมากมาย เพราะผู้เข้าแข่งขันทุกคนกลัวแพ้ Antilochus เองก็ยังเอ่ยกับม้าของตนเองว่า หากเขาแพ้ Nestor จะเฉือนคอม้าเจ้าโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย เมื่อม้าถูกข่มขู่เช่นนั้น Homer ก็ได้เขียนเล่าเสมือนว่าม้ามีความรู้สึก มันจึงควบสุดฝีเท้า และก็ Antilochus ก็แกล้งบังคับม้าของตนให้วิ่งเสมอเหมือนจะพุ่งเข้าชนรถม้าศึกคันที่อยู่ข้างหน้า จนกระทั่งคู่ปรปักษ์ต้องขยับรถยนต์หนี Antilochus ก็เลยชนะ เรื่องราวนี้ Menelaus ที่ Lacedaemon ทรงทอดพระเนตรเห็นโดยตลอด ก็เลยบอกว่า Antilochus แกล้งคู่ปรปักษ์ แม้กระนั้นไม่มีบาป เพราะว่าได้ชัย แล้วก็ Homer ก็ได้เล่าการแข่งรถศึกคราวนั้นอย่างได้อารมณ์ว่า คนดูซึ่งส่วนใหญ่เป็นทหาร พากันตื่นเต้นรวมทั้งมีการทะเลาะวิวาทกันในระหว่างการดู เมื่อเห็นผู้แข่งขันที่ตนเชียร์กำลังชนะหรือกำลังแพ้<br />สำหรับเพื่อการชิงชัยรถยนต์ศึกระหว่าง Eumelus กับ Diomedes นั้น Homer ได้พูดถึงผลจากการแข่งขันว่า มีทวยเทพเข้ามาเป็นผู้กำหนดคนชนะ เพราะว่าเทวดา Apollo ซึ่งโปรด Eumelus ได้ทรงบันดาลให้ Diomedes ทำยุ่งม้าหลุดจากมือ เมื่อมองเห็นสถานะการณ์เทวดา Athena ซึ่งโปรดปราน Diomedes ก็ทรงบันดลให้แอกเทียมม้าของ Eumelus หัก ทำให้ Eumelus ถูกเหวี่ยงตกจากรถยนต์ มีผลให้ Diomedes เป็นผู้ชนะ Homer ใช้เทพนิยายนี้แสดงให้คนอ่านมีความคิดเห็นว่า ความนับถือรวมทั้งถือมั่นในเทพเจ้า จะก่อให้ไปถึงเป้าหมาย แล้วก็คนเดินดินถึงจะเก่งสักเพียงใด ถ้าเทพไม่ชอบ การชนะก็เป็นไปไม่ได้เลยนอกจากการแข่งรถศึกแล้ว วรรณกรรม Iliad ยังพูดถึงมวย มวยปล้ำ กรีฑา ยิงธนู รวมทั้งการต่อสู้ด้วยอาวุธด้วย ใน [http://espndeportesmiami.com กีฬา] ชกมวยนั้น Achilles ได้ตั้งรางวัลชนะเป็นล่อ 1 ตัว และรองชนะเลิศเป็นเหยือก 1 ใบ และก็การแข่งขันชิงชัยครั้งนั้นมีการต่อสู้ระหว่าง Euryalus แล้วก็ Epeius ซึ่งได้ขู่คู่แข่งก่อนชกว่า ถ้าถูกเขาต่อยเพียงหมัดเดียวจังๆก็ให้สหายๆของ Euryalus แบกศพไปจัดการได้เลย คำขู่นี้มีส่วนจริง เพราะเหตุว่าการต่อยมวยในสมัยนั้น นักมวยจะต่อยเฉพาะที่ศีรษะและใบหน้าแค่นั้น และก็การชกไม่ใช้น้ำหนักนักมวยเป็นหลักเกณฑ์สำหรับในการเลือกคนชกเลย ฉะนั้น คนที่ตัวเล็กแล้วก็น้ำหนักตัวน้อยก็เลยหลีกเลี่ยงกีฬาชนิดนี้ เนื่องจากถ้าขืนขึ้นเวทีเขาก็อาจถูกต่อยประเภทไม่มีผู้ตัดสินห้ามจนถึงฟุบตายคาเวทีได้ รวมทั้งสำหรับเพื่อการชกครั้งนั้น Homer ได้บรรยายว่า Epeius ต่อยที่ฟันกรามของ Euryalus จนฟันกรามแตกเลือดกบปากและสลบไปสำหรับเพื่อการแข่งขันมวยปล้ำ ซึ่งเป็นกีฬาที่ชาวภาษากรีกนิยมสูงสุด เนื่องจากเป็นกีฬาที่ทดสอบความแข็งแรง ความเร็ว แล้วก็ความชำนาญ แล้วก็การตัดสินใจ ซึ่งมีเป้าประสงค์หลักเป็นให้คู่ต่อสู้เสียสมดุลล้มลง ชัยชนะจะเป็นของคนที่ทำให้คู่ปรปักษ์ล้ม 3 ครั้ง สำหรับการแข่งมวยปล้ำครั้งนั้น Ajax กับ Ulysses จำต้องสู้กันนาน เพราะว่าไม่มีผู้ใดล้มผู้ใดกันแน่ได้ ในที่สุด Achilles จึงวินิจฉัยให้คนทั้งสองเสมอกันสำหรับเพื่อการชิงชัยถัดไป คือ การแข่งวิ่งเท้าเปล่า ระหว่าง Ulysses, Ajax รวมทั้ง Antilochus สำหรับการแข่งขันนี้ เทวดาก็ได้เข้ามามีส่วนร่วมด้วยอีก เมื่อ Ajax กำลังวิ่งนำ แล้วก็ Ulysses กำลังวิ่งตาม Ulysses ได้ทูลขอให้นางฟ้า Athena ช่วย โดยขอยืมปีกของนางมาติดที่เท้าของตน และก็ Athena ก็ทรงประทานให้ แค่นี้ยังไม่เพียงพอเทพธิดา Athena ยังดลใจให้ Ajax เมื่อใกล้จะถึงเส้นชัยล้มคว่ำคะมำหมดรูปอีกด้วย Ulysses จึงได้รับรางวัลชนะเลิศเป็นถ้วยเงินกีฬาต่อสู้ด้วยอาวุธเป็นกีฬาชนิดในที่สุดที่ Archilles จัดที่ Troy ให้ Ajax กับ Diomedes ต่อสู้กันด้วยหอก รวมทั้งโล่ ผู้ที่ชนะเป็นผู้ที่รังแกคู่แข่งขัน ตามธรรมดาการต่อสู้นี้ร้ายแรง แล้วก็มุ่งมั่นมากจนผู้ชมได้ยืนขึ้นห้าม เพราะเกรงนักกีฬาคนหนึ่งคนไหนกันจะเป็นโทษ โดยเหตุนั้น ในเวลาถัดมากีฬาจำพวกนี้ได้ถูกยกเลิกไป<br />โอลิมปิคเกมส์ (The Olympic Games)กีฬาโอลิมปิกเกมส์ เป็นการแข่งกีฬาหลายชนิดจากหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งจะมีการแข่งขันกันทุกสี่ปีเวียนไปตามประเทศต่างๆโดยคณะกรรมการโอลิมปิกสากลหรือ “อินเตอร์เนชั่นแนล โอลิมปิค คอมมิทที่” (International Olympic Committee หรือ IOC) เป็นผู้เลือกประเทศผู้จัดงาน โดยใคร่ครวญจากบรรดาประเทศสมาชิกที่ขอจัด ตามข้อมูลตั้งแต่ ค..ปี 1964 เป็นต้นมา IOC เลือกประเทศตามเกณฑ์กระจายหลักภูมิศาสตร์หรือ “จีโอกราฟฟิค ดิสทริบิวชั่น” (Geographic Distribution) ตัวอย่าง กีฬาโอลิมปิกส์เกมส์คราวที่แล้วปี 2008 เจ้าของงานคือเมืองจีน ทวีปเอเชีย ปีนี้ประเทศอังกฤษ ทวีปยุโรป โอลิมปิคครั้งถัดมาปี 2016 จะเป็นเมือง “ริโอ เด จาเนโร” (Rio de Janeiro) ประเทศบราซิล ทวีปอเมริกาใต้ ฯลฯ ประเทศที่ได้รับเลือกนับได้ว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่งทำให้ประชากรทั่วทั้งประเทศนั้นภูมิใจมาก ตอนนี้มีประเทศสมาชิกโอลิมปิก 197 ประเทศ โอลิมปิก เกมส์ ดั้งเดิมมีเกมส์เดียวแล้วก็มีการแข่งขันทุก 4 ปี มาจนกระทั่งปี ค.ศ. 1924 ได้มีการเพิ่มการแข่งขันกีฬาหน้าหนาว ได้แบ่งเป็น 2 เกมส์เป็น “ซัมเมอร์ โอลิมปิค” (กีฬาโอลิมปิกหน้าร้อน) รวมทั้ง “วินเทอร์ โอลิมปิค” (โอลิมปิคหน้าหนาว) แต่ละเกมมีทุกๆ4 ปี ซึ่งจะมีสลับกันในระหว่าง 2 ปี เท่ากับว่าคุณได้ดูเกมส์ทุก 2 ปี คือ วินเท่อร์ โอลิมปิกเกมส์คราวต่อมาเป็นปี 2014 และ ซัมเม่อร์ กีฬาโอลิมปิกเกมส์ ครั้งต่อไปคือปี 2016 “วินเท่อร์ กีฬาโอลิมปิก” จะเป็นกีฬาฤดูหนาวเป็นต้นว่า ไอ๊ซ์เสก็ต และก็สกี และก็จะจัดขึ้นในประเทศที่มีตำแหน่งที่ตั้งที่เป็นน้ำแข็งหรือหิมะ “วินเท่อร์ โอลิมปิค” คราวแรกจัดขึ้นที่เมือง “ซาโมนิกส์” ฝรั่งเศษ “วินเท่อร์ กีฬาโอลิมปิก” ครั้งที่แล้วปี 2010 จัดที่เมือง “แวนคูเว่อร์” แคนาดา ครั้งต่อมาปี 2014 จะจัดที่เมือง “โซชิ” ประเทศรัสเชีย เมืองไทยพวกเราได้ส่งนักกีฬาร่วมแข่งขันกีฬาโอลิมปิกหนแรก ในการแข่งครั้งที่ 15ในกรุงเฮงสิงกิประเทศฟินแลนด์ ปี ค.. 1952 และได้เข้าร่วมแข่งขันเรื่อยมาจนถึงเดี๋ยวนี้บ่อเกิดและก็เดี๋ยวนี้ของกีฬาโอลิมปิกการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคเกิดขึ้นตั้งแต่ 1,000 กว่าปีกลายคริสตกาล ในประเทศกรีซ บนยอดดอยโอลิมปัส ดินแดนอิลิส โดยผู้ชมจำต้องไต่ขึ้นไปดูบนยอดดอย (ผู้ชมคงจะควรจะเป็นนักกีฬาด้วยเหมือนกันแฮะ) โดยนักกีฬาจะต้องแก้ผ้าชิงชัยเพื่อแข่งขันความได้ส่วนสัดของร่างกาย (ผู้ชมไม่ต้องเปลือย) นักกีฬาและก็ผู้ชมเป็นผู้ชายเพียงแค่นั้น เริ่มแรกมีกีฬาเพียง 5 ประเภทคือวิ่ง (foot race)กระโดด (jumping)ขว้างจักรแล้วก็พุ่งหลาว (discus and javelin throws)มวยปล้ำ (wrestling) แข่งขันม้า (equestrian events)คราวหลังสถานที่บนยอดเขาแคบไปจุคนไม่หมด จึงย้ายการประลองลงมาที่ตีนเขาโอลิมปัสแทนโดยประมาณปี 776 ก่อนคริสตกาล รวมทั้งได้แก้ไขการแข่งขันใหม่ให้นักกีฬาสวมกางเกง มีการบันทึกการประลองอย่างเป็นทางการ มีพระราชาธิราชเป็นองค์ประทาน รวมทั้งอนุญาตให้ผู้หญิงเข้าดูได้แม้กระนั้นเข้าแข่งขันมิได้ สมัยนู้นนักกีฬาแต่ละคนต้องเล่นกีฬา 5 อย่างคือ วิ่ง กระโจน มวยปล้ำ ขว้างจักรและก็พุ่งแหลน ผู้ชนะจะได้รางวัลคือ มงกุฎทำด้วยกิ่งไม้มะกอกมาจากยอดเขาโอลิมปัสซึ่งเชื่อว่าเป็นที่อาศัยของทวยเทพ “ซุส” (Zeus) เรียก “ช่อลอเรล” โดยพระราชาธิราชเป็นผู้สวมบนหัวให้ แล้วก็ผู้ชนะได้รับเกียรติเดินทางท่องเที่ยวไปทุกรัฐในฐานะผู้แทนของพระเจ้า การแข่งขันชิงชัยนี้ได้จัดขึ้นทุก 4 ปีบ่อยมาถึง 1,200 ปี โดยจัดที่เดียวมาตลอดคือที่ตีนเขา “โอลิมปัส” แว่นแคว้น อิลิส ก็เลยได้เรียกการแข่งขันชิงชัยตามชื่อของสถานที่ว่า “การแข่งขันกีฬาโอลิมปิค” เมื่อถึงกำหนดการแข่งขันโอลิมปิคทุกรัฐจะต้องให้เกียรติแม้ว่ากำลังสู้รบกันอยู่จึงควรหยุดพักรบแล้วก็มาดูนักกีฬาของตนเองแข่งขัน หลังจากแข่งเสร็จก็เลยกลับไปสู้รบกันใหม่ อุดมคตินี้ถึอเป็นหัวใจของกีฬาโอลิมปิคมาถึงปัจจุบัน บางทีอาจจะเรียกได้ว่า กีฬากีฬาโอลิมปิกเป็นกีฬาสันติภาพ ก็ว่าได้<br /><br />

Revision as of 23:44, 24 October 2020

กีฬาโอลิมปิกสาระน่าสนใจเกิดกีฬาโอลิมปิกกรีซเป็นดินแดนที่ให้กำเนิดการประลองกีฬาและก็กรีฑา เมื่อราวๆ 1,000 ปีกลายจะมีการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกทีแรกเมื่อ 233 ปีก่อนพุทธกาลที่วิหาร Olympia เพราะชาวกรีกมีขนบธรรมเนียมรวมทั้งความเชื่อถือว่า กีฬาเป็นกิจกรรมสำคัญที่ทำให้ชีวิตบริบูรณ์ โดยเหตุนั้น การศาสนา หรือการเล่าเรียน แล้วก็วรรณกรรมของภาษากรีกโบราณจึงมีการยกย่องสรรเสริญแล้วก็ชื่นชอบผู้ชนะการแข่งขันกีฬามากกว่านักปรัชญาหรือนักการเมืองในยุคนั้นเสียอีกในการศึกษาวิจัยประวัติความเป็นมาของกีฬาโอลิมปิก นักประวัติศาสตร์ได้อาศัยหลักฐานที่ปรากฏในวรรณคดี ภาพวาด รูปปั้น และก็ประดิษฐกรรมต่างๆที่คนในยุคนั้นเขียนและก็สร้าง จนกว่าทราบพัฒนาการกีฬาของกรีกตั้งแต่สมัยบทกลอน Homer ตราบจนกระทั่งถึงยุคอาณาจักรโรมันว่า การแข่งกีฬาเริ่มจากการมีพิธีกรรมทางศาสนา ดังเช่น เวลาหนุ่มน้อยอยากได้จุดเทียนบูชาทวยเทพในวิหารที่อยู่ไกล เขาจะพากันวิ่งแข่งไปจุดเทียนเป็นคนแรก รวมทั้งเมื่อคนที่ชนะมักเป็นผู้ที่แข็งแรง ผู้คนก็เลยมีความรู้สึกว่า นี่คือเครื่องหมายที่บอกให้เห็นพลังที่ทวยเทพ แม้แต่งานศพในสมัยโบราณก็มีการแข่งกีฬา เนื่องจากผู้คนเชื่อว่า พลังของผู้เข้าแข่งขันสามารถให้ชีวิตแก่คนที่ตายไปแล้วได้ ประเพณีกีฬาในงานฌาปนกิจศพนี้ได้มีติดต่อกันจนถึงยุคโรมัน ก็เลยหยุดไป ซึ่งประเด็นนี้ได้มีปรากฏในวรรณกรรม Aeneid ของ Virgilในเวลาถัดมานักปรัชญา และทหารกรีกได้ปรับปรุงกีฬาให้เป็นทั้งยังกิจกรรมเสริมสุขภาพแล้วก็ตระเตรียมทหารสำหรับในการสู้รบด้วย แต่ว่าเหนือสิ่งอื่นใดคนภาษากรีกเชื่อว่า กีฬาเป็นกิจกรรมเดียวเพียงแค่นั้นที่จะทำให้คนมีร่างกายและจิตใจที่บริบูรณ์ ด้วยเหตุดังกล่าว ผู้เรียนกรีกในโบราณกาลทุกคนจึงต้องฝึกหัดยิมนาสติก แล้วก็กรีฑา ซึ่งเป็นวิชาบังคับในการค้นคว้า ทั้งยังต้องกำหนดจุดมุ่งหมายว่า เวลาแข่งขันกีฬา สิ่งที่สำคัญที่สุดหมายถึงชัยชนะวรรณกรรม เรื่อง Iliad ของ Homer ได้เอ่ยถึง Archilles ว่าก่อนจะยกกองทัพบุกกรุง Troy Archilles ได้จัดมหกรรมกีฬาเพื่อเคารพต่อ Patroclus ที่ถูกฆ่า โดยให้ทหารในกองทัพ Mycenae เป็นทั้งคนเล่นและผู้ชม และก็กีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในครั้งนั้นเป็นกีฬาแข่งรถศึก ซึ่ง Archilles ได้กำหนดรางวัลสำหรับผู้ชนะเป็นสตรีผู้เลอโฉมและก็มีฝีมือสูงในงานศิลปะ ส่วนคนที่ได้ตำแหน่งลำดับที่สอง จะได้รางวัลเป็นม้าตัวเมียที่ตั้งท้อง สำหรับคนที่ถึงที่กะไว้ 3, 4, 5 รางวัลก็ลดราคาลงตามลำดับ
Homer ได้เริ่มนำเสนอการแข่งกีฬาครั้งนั้นโดยให้ Nestor กล่าวให้โอวาทแก่บุตร Antilochus ผู้จะเข้าแข่งรถศึกว่า ปัญญาเป็นปัจจัยหลักสำหรับในการดำรงชีพของคนในทุกขั้นตอน ชัยชนะจะเป็นของคนที่มีแผนชีวิตดีกับใช้เชาวน์ได้อย่างยอดเยี่ยม และก็ Nestor ก็ได้เน้นให้ลูกชายทราบแนวทางการบังคับม้าให้รอบคอบ โดยให้จับตามองอีกทั้งม้าของตนเอง และของคู่ปรปักษ์ ทั้งยังสอนแนวทางการเลี้ยวโค้งและก็พินิจพิจารณาเคล็ดวิธีบังคับม้าของคู่ต่อสู้ ฯลฯ ถึงจะพูดพร่ำบรรยายเคล็ดวิธีวิชาการอย่างละเอียดสักเพียงใด Nestor ก็มิได้เอ่ยสอนศีลธรรมสำหรับในการแข่งขันว่า Antilochus จะต้องแข่งขันโดยความเป็นธรรม และไม่ฉ้อฉลผู้ใดกันแน่ ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะสิ่งที่คนภาษากรีกทุกคนในสมัยนั้นอยากได้เป็นชัยแค่นั้น และความเป็นนักกีฬาไม่มีในระบบความคิดของใครกันแน่เลยการแข่งรถศึกคราวนั้นมีผู้เข้าร่วมแข่งขัน 5 คน แล้วก็ทุกคนมีเลขที่ได้จากการจับฉลาก เมื่อได้รับสัญญาณให้ออกรถยนต์ศึก รถยนต์ทุกคันจะวิ่งไปเป็นระยะทางหนึ่งแล้ววกกลับมาที่จุดเริ่มใหม่ ก่อนเริ่มการประลองสนามวิ่งมีบรรยากาศที่เครียดมากมาย เพราะผู้เข้าแข่งขันทุกคนกลัวแพ้ Antilochus เองก็ยังเอ่ยกับม้าของตนเองว่า หากเขาแพ้ Nestor จะเฉือนคอม้าเจ้าโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย เมื่อม้าถูกข่มขู่เช่นนั้น Homer ก็ได้เขียนเล่าเสมือนว่าม้ามีความรู้สึก มันจึงควบสุดฝีเท้า และก็ Antilochus ก็แกล้งบังคับม้าของตนให้วิ่งเสมอเหมือนจะพุ่งเข้าชนรถม้าศึกคันที่อยู่ข้างหน้า จนกระทั่งคู่ปรปักษ์ต้องขยับรถยนต์หนี Antilochus ก็เลยชนะ เรื่องราวนี้ Menelaus ที่ Lacedaemon ทรงทอดพระเนตรเห็นโดยตลอด ก็เลยบอกว่า Antilochus แกล้งคู่ปรปักษ์ แม้กระนั้นไม่มีบาป เพราะว่าได้ชัย แล้วก็ Homer ก็ได้เล่าการแข่งรถศึกคราวนั้นอย่างได้อารมณ์ว่า คนดูซึ่งส่วนใหญ่เป็นทหาร พากันตื่นเต้นรวมทั้งมีการทะเลาะวิวาทกันในระหว่างการดู เมื่อเห็นผู้แข่งขันที่ตนเชียร์กำลังชนะหรือกำลังแพ้
สำหรับเพื่อการชิงชัยรถยนต์ศึกระหว่าง Eumelus กับ Diomedes นั้น Homer ได้พูดถึงผลจากการแข่งขันว่า มีทวยเทพเข้ามาเป็นผู้กำหนดคนชนะ เพราะว่าเทวดา Apollo ซึ่งโปรด Eumelus ได้ทรงบันดาลให้ Diomedes ทำยุ่งม้าหลุดจากมือ เมื่อมองเห็นสถานะการณ์เทวดา Athena ซึ่งโปรดปราน Diomedes ก็ทรงบันดลให้แอกเทียมม้าของ Eumelus หัก ทำให้ Eumelus ถูกเหวี่ยงตกจากรถยนต์ มีผลให้ Diomedes เป็นผู้ชนะ Homer ใช้เทพนิยายนี้แสดงให้คนอ่านมีความคิดเห็นว่า ความนับถือรวมทั้งถือมั่นในเทพเจ้า จะก่อให้ไปถึงเป้าหมาย แล้วก็คนเดินดินถึงจะเก่งสักเพียงใด ถ้าเทพไม่ชอบ การชนะก็เป็นไปไม่ได้เลยนอกจากการแข่งรถศึกแล้ว วรรณกรรม Iliad ยังพูดถึงมวย มวยปล้ำ กรีฑา ยิงธนู รวมทั้งการต่อสู้ด้วยอาวุธด้วย ใน กีฬา ชกมวยนั้น Achilles ได้ตั้งรางวัลชนะเป็นล่อ 1 ตัว และรองชนะเลิศเป็นเหยือก 1 ใบ และก็การแข่งขันชิงชัยครั้งนั้นมีการต่อสู้ระหว่าง Euryalus แล้วก็ Epeius ซึ่งได้ขู่คู่แข่งก่อนชกว่า ถ้าถูกเขาต่อยเพียงหมัดเดียวจังๆก็ให้สหายๆของ Euryalus แบกศพไปจัดการได้เลย คำขู่นี้มีส่วนจริง เพราะเหตุว่าการต่อยมวยในสมัยนั้น นักมวยจะต่อยเฉพาะที่ศีรษะและใบหน้าแค่นั้น และก็การชกไม่ใช้น้ำหนักนักมวยเป็นหลักเกณฑ์สำหรับในการเลือกคนชกเลย ฉะนั้น คนที่ตัวเล็กแล้วก็น้ำหนักตัวน้อยก็เลยหลีกเลี่ยงกีฬาชนิดนี้ เนื่องจากถ้าขืนขึ้นเวทีเขาก็อาจถูกต่อยประเภทไม่มีผู้ตัดสินห้ามจนถึงฟุบตายคาเวทีได้ รวมทั้งสำหรับเพื่อการชกครั้งนั้น Homer ได้บรรยายว่า Epeius ต่อยที่ฟันกรามของ Euryalus จนฟันกรามแตกเลือดกบปากและสลบไปสำหรับเพื่อการแข่งขันมวยปล้ำ ซึ่งเป็นกีฬาที่ชาวภาษากรีกนิยมสูงสุด เนื่องจากเป็นกีฬาที่ทดสอบความแข็งแรง ความเร็ว แล้วก็ความชำนาญ แล้วก็การตัดสินใจ ซึ่งมีเป้าประสงค์หลักเป็นให้คู่ต่อสู้เสียสมดุลล้มลง ชัยชนะจะเป็นของคนที่ทำให้คู่ปรปักษ์ล้ม 3 ครั้ง สำหรับการแข่งมวยปล้ำครั้งนั้น Ajax กับ Ulysses จำต้องสู้กันนาน เพราะว่าไม่มีผู้ใดล้มผู้ใดกันแน่ได้ ในที่สุด Achilles จึงวินิจฉัยให้คนทั้งสองเสมอกันสำหรับเพื่อการชิงชัยถัดไป คือ การแข่งวิ่งเท้าเปล่า ระหว่าง Ulysses, Ajax รวมทั้ง Antilochus สำหรับการแข่งขันนี้ เทวดาก็ได้เข้ามามีส่วนร่วมด้วยอีก เมื่อ Ajax กำลังวิ่งนำ แล้วก็ Ulysses กำลังวิ่งตาม Ulysses ได้ทูลขอให้นางฟ้า Athena ช่วย โดยขอยืมปีกของนางมาติดที่เท้าของตน และก็ Athena ก็ทรงประทานให้ แค่นี้ยังไม่เพียงพอเทพธิดา Athena ยังดลใจให้ Ajax เมื่อใกล้จะถึงเส้นชัยล้มคว่ำคะมำหมดรูปอีกด้วย Ulysses จึงได้รับรางวัลชนะเลิศเป็นถ้วยเงินกีฬาต่อสู้ด้วยอาวุธเป็นกีฬาชนิดในที่สุดที่ Archilles จัดที่ Troy ให้ Ajax กับ Diomedes ต่อสู้กันด้วยหอก รวมทั้งโล่ ผู้ที่ชนะเป็นผู้ที่รังแกคู่แข่งขัน ตามธรรมดาการต่อสู้นี้ร้ายแรง แล้วก็มุ่งมั่นมากจนผู้ชมได้ยืนขึ้นห้าม เพราะเกรงนักกีฬาคนหนึ่งคนไหนกันจะเป็นโทษ โดยเหตุนั้น ในเวลาถัดมากีฬาจำพวกนี้ได้ถูกยกเลิกไป
โอลิมปิคเกมส์ (The Olympic Games)กีฬาโอลิมปิกเกมส์ เป็นการแข่งกีฬาหลายชนิดจากหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งจะมีการแข่งขันกันทุกสี่ปีเวียนไปตามประเทศต่างๆโดยคณะกรรมการโอลิมปิกสากลหรือ “อินเตอร์เนชั่นแนล โอลิมปิค คอมมิทที่” (International Olympic Committee หรือ IOC) เป็นผู้เลือกประเทศผู้จัดงาน โดยใคร่ครวญจากบรรดาประเทศสมาชิกที่ขอจัด ตามข้อมูลตั้งแต่ ค.ศ.ปี 1964 เป็นต้นมา IOC เลือกประเทศตามเกณฑ์กระจายหลักภูมิศาสตร์หรือ “จีโอกราฟฟิค ดิสทริบิวชั่น” (Geographic Distribution) ตัวอย่าง กีฬาโอลิมปิกส์เกมส์คราวที่แล้วปี 2008 เจ้าของงานคือเมืองจีน ทวีปเอเชีย ปีนี้ประเทศอังกฤษ ทวีปยุโรป โอลิมปิคครั้งถัดมาปี 2016 จะเป็นเมือง “ริโอ เด จาเนโร” (Rio de Janeiro) ประเทศบราซิล ทวีปอเมริกาใต้ ฯลฯ ประเทศที่ได้รับเลือกนับได้ว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่งทำให้ประชากรทั่วทั้งประเทศนั้นภูมิใจมาก ตอนนี้มีประเทศสมาชิกโอลิมปิก 197 ประเทศ โอลิมปิก เกมส์ ดั้งเดิมมีเกมส์เดียวแล้วก็มีการแข่งขันทุก 4 ปี มาจนกระทั่งปี ค.ศ. 1924 ได้มีการเพิ่มการแข่งขันกีฬาหน้าหนาว ได้แบ่งเป็น 2 เกมส์เป็น “ซัมเมอร์ โอลิมปิค” (กีฬาโอลิมปิกหน้าร้อน) รวมทั้ง “วินเทอร์ โอลิมปิค” (โอลิมปิคหน้าหนาว) แต่ละเกมมีทุกๆ4 ปี ซึ่งจะมีสลับกันในระหว่าง 2 ปี เท่ากับว่าคุณได้ดูเกมส์ทุก 2 ปี คือ วินเท่อร์ โอลิมปิกเกมส์คราวต่อมาเป็นปี 2014 และ ซัมเม่อร์ กีฬาโอลิมปิกเกมส์ ครั้งต่อไปคือปี 2016 “วินเท่อร์ กีฬาโอลิมปิก” จะเป็นกีฬาฤดูหนาวเป็นต้นว่า ไอ๊ซ์เสก็ต และก็สกี และก็จะจัดขึ้นในประเทศที่มีตำแหน่งที่ตั้งที่เป็นน้ำแข็งหรือหิมะ “วินเท่อร์ โอลิมปิค” คราวแรกจัดขึ้นที่เมือง “ซาโมนิกส์” ฝรั่งเศษ “วินเท่อร์ กีฬาโอลิมปิก” ครั้งที่แล้วปี 2010 จัดที่เมือง “แวนคูเว่อร์” แคนาดา ครั้งต่อมาปี 2014 จะจัดที่เมือง “โซชิ” ประเทศรัสเชีย เมืองไทยพวกเราได้ส่งนักกีฬาร่วมแข่งขันกีฬาโอลิมปิกหนแรก ในการแข่งครั้งที่ 15ในกรุงเฮงสิงกิประเทศฟินแลนด์ ปี ค.ศ. 1952 และได้เข้าร่วมแข่งขันเรื่อยมาจนถึงเดี๋ยวนี้บ่อเกิดและก็เดี๋ยวนี้ของกีฬาโอลิมปิกการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคเกิดขึ้นตั้งแต่ 1,000 กว่าปีกลายคริสตกาล ในประเทศกรีซ บนยอดดอยโอลิมปัส ดินแดนอิลิส โดยผู้ชมจำต้องไต่ขึ้นไปดูบนยอดดอย (ผู้ชมคงจะควรจะเป็นนักกีฬาด้วยเหมือนกันแฮะ) โดยนักกีฬาจะต้องแก้ผ้าชิงชัยเพื่อแข่งขันความได้ส่วนสัดของร่างกาย (ผู้ชมไม่ต้องเปลือย) นักกีฬาและก็ผู้ชมเป็นผู้ชายเพียงแค่นั้น เริ่มแรกมีกีฬาเพียง 5 ประเภทคือวิ่ง (foot race)กระโดด (jumping)ขว้างจักรแล้วก็พุ่งหลาว (discus and javelin throws)มวยปล้ำ (wrestling) แข่งขันม้า (equestrian events)คราวหลังสถานที่บนยอดเขาแคบไปจุคนไม่หมด จึงย้ายการประลองลงมาที่ตีนเขาโอลิมปัสแทนโดยประมาณปี 776 ก่อนคริสตกาล รวมทั้งได้แก้ไขการแข่งขันใหม่ให้นักกีฬาสวมกางเกง มีการบันทึกการประลองอย่างเป็นทางการ มีพระราชาธิราชเป็นองค์ประทาน รวมทั้งอนุญาตให้ผู้หญิงเข้าดูได้แม้กระนั้นเข้าแข่งขันมิได้ สมัยนู้นนักกีฬาแต่ละคนต้องเล่นกีฬา 5 อย่างคือ วิ่ง กระโจน มวยปล้ำ ขว้างจักรและก็พุ่งแหลน ผู้ชนะจะได้รางวัลคือ มงกุฎทำด้วยกิ่งไม้มะกอกมาจากยอดเขาโอลิมปัสซึ่งเชื่อว่าเป็นที่อาศัยของทวยเทพ “ซุส” (Zeus) เรียก “ช่อลอเรล” โดยพระราชาธิราชเป็นผู้สวมบนหัวให้ แล้วก็ผู้ชนะได้รับเกียรติเดินทางท่องเที่ยวไปทุกรัฐในฐานะผู้แทนของพระเจ้า การแข่งขันชิงชัยนี้ได้จัดขึ้นทุก 4 ปีบ่อยมาถึง 1,200 ปี โดยจัดที่เดียวมาตลอดคือที่ตีนเขา “โอลิมปัส” แว่นแคว้น อิลิส ก็เลยได้เรียกการแข่งขันชิงชัยตามชื่อของสถานที่ว่า “การแข่งขันกีฬาโอลิมปิค” เมื่อถึงกำหนดการแข่งขันโอลิมปิคทุกรัฐจะต้องให้เกียรติแม้ว่ากำลังสู้รบกันอยู่จึงควรหยุดพักรบแล้วก็มาดูนักกีฬาของตนเองแข่งขัน หลังจากแข่งเสร็จก็เลยกลับไปสู้รบกันใหม่ อุดมคตินี้ถึอเป็นหัวใจของกีฬาโอลิมปิคมาถึงปัจจุบัน บางทีอาจจะเรียกได้ว่า กีฬากีฬาโอลิมปิกเป็นกีฬาสันติภาพ ก็ว่าได้